ในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มการชำระเงิน เรารู้ดีว่าคุณได้มอบธุรกิจที่ละเอียดอ่อนที่สุดของคุณไว้ในมือเรา ซึ่งนี่คือเหตุผลที่เราทำทุกอย่างที่เป็นไปได้ เพื่อที่จะเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการปกป้องและปลอดภัยที่สุด ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เรามีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และยังได้ลงทุนเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าความปลอดภัยของข้อมูลและเงินของลูกค้า เป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งเสมอ ยิ่งไปกว่านั้น เรายังมีการควบคุมอย่างเข้มงวด และสร้างความสัมพันธ์กับผู้นำด้านการเงิน เพื่อให้รายได้ของคุณได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด

Payoneer ได้รับการอนุญาตและควบคุมโดยหลายหน่วยงานกำกับดูแล

ในฐานะที่เป็นสถาบันทางการเงินที่ได้รับการกำกับดูแล เงินของลูกค้าที่ถูกบริหารโดย Payoneer จึงถูกเก็บไว้ในบัญชีที่แยกออกมาเก็บรักษาอย่างปลอดภัยตามข้อกำหนดทางกฎหมาย เงินของคุณจึง:

  • ดูแลโดยสถาบันการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ
  • มีสภาพคล่องตลอดเวลา
  • ไม่เคยปล่อยกู้
  • ไม่เคยได้รับผลกระทบจากกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัท

หน้าที่หลักของเราที่ Payoneer คือการปกป้องเงินของคุณ และป้องกันการฟอกเงิน ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เรามีการประกันการปฏิบัติตามเขตอำนาจศาลหลายเขตให้กับธุรกิจของคุณ เมื่อเข้าร่วมกับเรา คุณสามารถมั่นใจได้ว่าการชำระเงินไปยังผู้รับจะเป็นไปตามข้อกำหนดอย่างสมบูรณ์ , ปลอดภัย และมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด จากแพลตฟอร์มที่ได้รับการยอมรับจากผู้กำกับดูแลด้านการเงินทั่วโลก

ใบอนุญาตในหลายประเทศ

Payoneer Inc

ทะเบียนธุรกิจบริการด้านการเงินเลขที่ 31000110323072
ขึ้นทะเบียนเป็นธุรกิจบริการด้านการเงิน (MSB) และผู้ให้บริการการเข้าถึงระบบเติมเงินกับเครือข่ายการบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงิน (FinCEN) เป็นผู้ประกอบธุรกิจส่งผ่ำนเงินที่ได้รับอนุญาตใน 51 รัฐและดินแดน

Payoneer (EU) Limited

ใบอนุญาตเลขที่ FSC0058BNK
เป็นผู้ออกเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอนุญาต และสถาบันการชำระเงินที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการบริการด้านการเงินแห่งยิบรอลตาร์ (GFSC) ซึ่งได้รับการยอมรับจากเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) เป็นสถาบันการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการรับรองโดยธนาคารกลางแห่งไอร์แลนด์ ซึ่งได้รับการยอมรับจากเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA)

Payoneer Europe Limited

เอกสารอ้างอิง เลขที่ C189473
สถาบันการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับการรับรองโดยธนาคารกลางไอร์แลนด์ โดยได้รับการยอมรับจากเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA)

Payoneer Hong Kong Limited

ใบอนุญาตเลขที่ 15-10-01734
เป็นผู้ให้บริการด้านการเงินที่ได้รับการอนุญาตจากกรมศุลกากรและสรรพสามิตของฮ่องกง

Payoneer Japan Limited

Registration No. 00045
Registered Fund Transfer Service Provider with the Kanto Finance Bureau (KFB).

Payoneer Australia Limited

ใบอนุญาตเลขที่ 504803
ได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนของออสเตรเลีย (ASIC) ในการจัดการธุรกิจการชำระเงินแบบไร้เงินสด

Payoneer India

ผู้ให้บริการรับชำระเงินออนไลน์ (OPGSP) ที่ขึ้นทะเบียนกับธนาคารทุนสำรองอินเดีย

ใบอนุญาตใน 51 รัฐและดินแดนของอเมริกา

และอีก 5 ใบอนุญาตในทั่วโลก

โครงสร้างของเราถูกสร้างขึ้นโดยพันธมิตรด้านการธนาคารระดับโลก

จากการทำงานกับเครือข่ายธนาคารที่ใหญ่และมีเสถียรภาพทั่วโลก เราได้สร้างระบบพื้นฐานที่ออกแบบให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรม เพื่อให้เงินของคุณปลอดภัย คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงของเรามีการตรวจสอบความเสี่ยง และบริหารจัดการในจุดที่เงินของลูกค้ามีอยู่ เพื่อให้แน่ใจว่าหากสถาบันใดมีความเสี่ยง เราจะทำการย้ายเงินไปยังธนาคารที่ปลอดภัยกว่า แค่คุณให้ความไว้วางใจต่อ Payoneer คุณไม่เพียงแต่จะได้รับประโยชน์จาก Bank Portfolio ที่หลากหลาย ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องเข้าถึงด้วยตัวเองเท่านั้น แต่ยังสามารถบริหารความเสี่ยงในอุตสาหกรรมได้อีกด้วย เพราะความมั่นคงของคุณคือความสำคัญอันดับแรกของเรา

Payoneer ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนชั้นนำ

ก่อตั้งในปี 2005, Payoneer ถือเป็นนักบุกเบิกในวงการฟินเทคที่แท้จริง ด้วยการสร้างธุรกิจระดับยูนิคอร์นด้วยรอยเท้าระดับโลกอย่างแท้จริง เราได้สร้างแพลตฟอร์มมาตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การนำของผู้บริหารชั้นยอด และการสนับสนุนของนักลงทุนชั้นนำ รวมถึงบรรดาบริษัทที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงระดับโลก โดยคณะกรรมการบริหารประกอบด้วยบุคคลสำคัญอย่าง ฮานส์ มอร์ริส อดีตประธานวีซ่าและผู้บริหารซิตี้แบงก์ และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SWIFT ลาซาโร่ คัมโปส ด้วยแนวทางของพวกเขา เราสัญญาว่าจะสร้างอนาคตข้างหน้า โดยมีการป้องกันและความปลอดภัยเป็นสำคัญ

Payoneer ได้รับการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสเต็มรูปแบบ

รายการเดินบัญชีทางการเงินของ Payoneer มีการตรวจสอบทุกปี และมีการตรวจสอบทุกไตรมาสโดย PwC (1 ใน 4 บริษัทตรวจสอบบัญชีที่ใหญ่ที่สุดในโลก) เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการตรวจสอบระดับสูงสุด นอกจากนี้ ระบบตรวจสอบภายในองค์กรยังถูกตรวจสอบโดยบริษัทระดับโลก

  • โดยการตรวจสอบภายนอกไม่พบจุดอ่อนที่เป็นรูปธรรม
  • 99% ของงบดุลทั่วโลกอยู่ในระดับ ‘กลุ่มน่าลงทุน หรือดีกว่า’
  • ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านข้อมูลอุตสาหกรรมบัตรชำระเงิน (PCI DSS) ระดับ 1
  • การประเมินในเรื่องของการควบคุมองค์กรด้านการบริการ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในส่วนของการรักษาข้อมูลลูกค้า (SOC 2 Type II) ถูกกำกับดูแลโดยบริษัทตรวจสอบบัญชีอิสระ ตามที่สมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งสหรัฐอเมริกากำหนด

รักษาบัญชี Payoneer ให้ปลอดภัยจากแฮคเกอร์

ลูกค้ากว่า 4 ล้านคนทั่วโลกไว้ใจเราในการจัดการชำระเงินข้ามประเทศ และช่วยให้ธุรกิจของพวกเขาเติบโต ความปลอดภัยทางบัญชีของคุณคือความสำคัญอันดับแรกของเรา และด้วย โครงสร้างหลายลำดับชั้นของเรา คุณสามารถรู้สึกมั่นใจได้ว่าบัญชีของคุณปลอดภัย

การยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น

Payoneer ใช้การยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น เพื่อช่วยให้แน่ใจว่าไม่มีมิจฉาชีพเข้ามาใช้บัญชีของคุณ การยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น ได้เพิ่มขั้นตอนพิเศษเพื่อให้ธุรกรรมมีความเกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้จริง โดยมีการส่งรหัสไปยังอุปกรณ์พกพาหรือโทรศัพท์ ซึ่งคุณจำเป็นต้องกรอกก่อนที่จะเข้าไปในบัญชีได้

การใช้งาน CAPTCHA

เราใช้ CAPTCHA ในหลายจุดของระบบ รวมถึงหน้าลงชื่อเข้าใช้ เพื่อป้องกันบอทคุกคามบัญชีผู้ใช้

RSA Adaptive Authentication

RSA Adaptive Authentication คือระบบการยืนยันตัวตนผู้ใช้รูปแบบหนึ่งที่มีการประเมินปัจจัยความเสี่ยง อาทิเช่น ประเทศ , ที่อยู่ IP และขนาดการโอนย้ายข้อมูล เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของบัญชี ซึ่งหลังจากตรวจสอบกิจกรรมจะมีการส่ง ATO โดยระบบจะมีขั้นตอนการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม เช่น คำถามรักษาความปลอดภัย เพื่อให้แน่ใจว่าบัญชีมีความปลอดภัย

การป้องกันการสวมรอยบัญชี

เพื่อเป็นการป้องกันการสวมรอยบัญชี เราได้มีวิธีป้องกันบอทและแฮคเกอร์จากบัญชีผู้ใช้ ซึ่งประกอบด้วย:

แบบจำลองความเสี่ยง และโปรไฟล์พฤติกรรม

เราใช้แบบจำลองความเสี่ยง (Risk Model) และการจัดทำโปรไฟล์พฤติกรรม เพื่อวิเคราะห์ธุรกรรมของผู้ใช้ที่ไม่ชอบมาพากล ซึ่งข้อมูลที่เราได้รับจากการวิเคราะห์เหล่านี้ จะถูกใช้ในการคาดการณ์พฤติกรรมการโกง ที่อาจเป็นสัญญาณของการสวมรอยบัญชีในอนาคต

ที่ Payoneer เราลงทุนในด้านทรัพยากรและเวลาอย่างมากกับเทคโนโลยีและการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้บัญชีและบัตร Payoneer ของคุณปลอดภัย นี่คือความสำคัญอันดับแรกของเราในการสร้างและรักษาสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงบัญชี และจัดการธุรกรรมทางการเงินด้วยความสบายใจอย่างสมบูรณ์แบบ

การปกป้องข้อมูล

Payoneer ใช้การยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น เพื่อช่วยให้แน่ใจว่าไม่มีมิจฉาชีพเข้ามาใช้บัญชีของคุณ การยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น ได้เพิ่มขั้นตอนพิเศษเพื่อให้ธุรกรรมมีความเกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้จริง โดยมีการส่งรหัสไปยังอุปกรณ์พกพาหรือโทรศัพท์ ซึ่งคุณจำเป็นต้องกรอกก่อนที่จะเข้าไปในบัญชีได้

การป้องกันการโกงและต้มตุ๋น

ที่ Payoneer ทุกธุรกรรมถูกป้องกันอย่างดีภายใต้ไฟร์วอลล์ และเทคนิคป้องกันการแฮคชั้นสูง ทำให้แต่ละธุรกรรมถูกตรวจสอบ เพื่อป้องกันการโกง , สวมรอย , ฟิชชิ่ง และการคุกคามอื่น ๆ

หากมีการตรวจพบว่ามีการคุกคาม ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่เสียสละของเรา จะสืบค้นที่มาและทำการป้องกันบัญชีของคุณ เช่นเดียวกับผู้ถือบัญชีรายอื่น ๆ

การแจ้งเตือนทางอีเมลเกี่ยวกับการใช้บัตร

เมื่อคุณอัพเดทข้อมูลบัญชี คุณจะได้รับการแจ้งเตือนทางอีเมลจาก Payoneer หากมีกิจกรรมที่ไม่ปกติเกิดขึ้นกับบัญชี คุณจะได้รับอีเมลที่มีรายละเอียดธุรกรรมจากเรา หากมีธุรกรรมใดที่ไม่คิดว่าเป็นของคุณ คุณสามารถติดต่อกับแผนกช่วยเหลือของเราได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน

ยืนยันตัวตนเมื่อโทรศัพท์หาเรา เราอาจถามคุณในบางคำถาม อาทิเช่น ข้อมูลบัญชี และ/หรือ รายละเอียดส่วนบุคคล

เคล็ดลับในการป้องกันตัวเองในโลกออนไลน์

การรักษาความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์ของคุณ

  • ป้องกันมัลแวร์: เพื่อป้องกันไวรัส , มัลแวร์ และการคุกคามทางออนไลน์อื่น ๆ โปรดทำให้แน่ใจว่า ซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย , ระบบปฏิบัติการ และเบราว์เซอร์มีการอัพเดทตลอดเวลา ควรตั้งค่าอัพเดทอัตโนมัติถ้ามี
  • ใช้รหัสผ่านที่แข็งแรง: รหัสผ่านที่ดีจะต้องยาวและประกอบด้วยตัวอักษรปกติ , ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ , ตัวเลข และสัญลักษณ์ ที่รวมกันแล้วไม่ประกอบเป็นคำ และอย่าใช้รหัสผ่านเดียวกันกับหลายบัญชี หากคุณมีการจดบันทึกรหัสผ่าน ให้อยู่ห่างจากอุปกรณ์และร้านค้าของคุณ ในสถานที่ที่ปลอดภัย
  • ใช้ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส: ใช้ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสที่เชื่อถือได้ และอัพเดทอยู่เสมอ

แนวทางการลงชื่อเข้าใช้สาธารณะ

  • การลงชื่อเข้าใช้บนไวไฟสาธารณะ: ควรจำกัดการทำธุรกิจของคุณเมื่อใช้ไวไฟสาธารณะ เนื่องจากข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของคุณอาจรั่วไหลไปยังคนแปลกหน้าที่ใช้เครือข่ายเดียวกัน รวมถึงมิจฉาชีพที่แฝงอยู่ ซึ่งกำลังรอเหยื่อไร้เดียงสาเข้าใช้เครือข่ายเดียวกัน
  • ระวังผู้ส่งที่น่าสงสัย: ระมัดระวังให้มากในการติดต่อสื่อสารที่ขอให้คุณกระทำโดยทันที
  • เชื่อมต่ออย่างปลอดภัย: ให้ยืนยันข้อมูลการชำระเงิน , ข้อมูลส่วนตัว หรือเข้าถึงการยืนยันตัวตน บนการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยเท่านั้น โปรดดูที่คำว่า ‘HTTPS’ ตรงที่อยู่ URL พร้อมกับตรวจสอบความน่าเชื่อถือของใบรับรอง SSL*
  • ระวังเว็บไซต์หลอกลวง: ระวังเว็บไซต์ที่ดูผิดปกติ ตัวอย่างเช่น ที่อยู่เว็บไซต์ซึ่งมีชื่อยาวมักบ่งชี้ว่าเป็นการหลอกลวงผู้ใช้งาน
  • อย่าลืมลงชื่อออก: ทำให้แน่ใจว่าได้ลงชื่อออกจาก Payoneer และเว็บไซต์อื่น ๆ หลังจากเสร็จสิ้นการเข้าชม หากคุณใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ ให้ลบประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณด้วย

*SSL – ใบรับรอง Secure Sockets Layer (SSL) คือใบรับรองดิจิทัล ที่รับรองว่าเว็บไซต์นั้น ๆ สามารถรับส่งข้อมูลที่ละเอียดอ่อน/มีความเป็นส่วนตัวได้ทางอินเตอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกส่งจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง จะต้องมีใบรับรอง SSL เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของคุณจะส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ปลายทางที่ถูกต้อง

รหัสผ่านสำหรับบัญชี Payoneer ของคุณ

หน้าเลือกรหัสผ่านของ Payoneer จะช่วยให้คุณสามารถสร้างรหัสผ่านที่ยากต่อการถอดรหัสและเป็นเอกลักษณ์ โปรดหลีกเลี่ยงรูปแบบที่ง่ายเช่น ‘1234’ หรือ ‘PASSWORD’, วันเกิด หรือนามสกุล

รหัสผ่านที่แข็งแรงควรอยู่ที่ 12 ตัวอักษรหรือมากกว่า ซึ่งควรมีตัวอักษรที่ไม่ซ้ำ , ไร้แบบแผน และประกอบด้วยตัวอักษรดังต่อไปนี้:

  • ตัวหนังสือพิมพ์เล็ก
  • ตัวหนังสือพิมพ์ใหญ่
  • ตัวเลข
  • เครื่องหมายวรรคตอนและอักขระพิเศษ (เช่น !@#$ %) เพียงเลือกสัญลักษณ์ที่คุณสามารถพิมพ์ได้ทั้งบนคีย์บอร์ดและสมาร์ทโฟน

มาตรฐานการป้องกันรหัสผ่าน

  • ไม่แบ่งปันรหัสผ่านของคุณกับใคร รหัสผ่านเป็นรหัสส่วนบุคคล , เป็นความลับ และละเอียดอ่อน
  • รหัสผ่านไม่ควรอยู่ใกล้กับ หรือถูกเขียนบนบัตร Payoneer ของคุณ
  • ไม่เปิดเผยรหัสผ่านในอีเมล , แชท หรือการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ
  • ไม่พูดถึงรหัสผ่านใกล้คนอื่น
  • ไม่บอกใบ้รูปแบบของรหัสผ่าน (เช่น , “ชื่อสุนัขของฉัน”)
  • ไม่เปิดเผยรหัสผ่านลงบนแบบสอบถามหรือแบบฟอร์มด้านความปลอดภัย
  • หากมีคนต้องการรหัสผ่านของคุณ ให้ปฏิเสธพวกเขา และอ้างถึงคำแนะนำนี้ของ Payoneer

หากคุณสงสัยว่าบัญชี Payoneer ของคุณถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต กรุณาติดต่อเราทันที และทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน

อีเมลฟิชชิ่ง

ฟิชชิ่งคือการโกงทางอินเตอร์เน็ตประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นการที่บุคคลหนึ่ง พยายามจารกรรมข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของผู้ใช้อีกคน โดยทำตัวตนให้น่าเชื่อถือ (ตัวอย่างเช่น Payoneer) ซึ่งข้อมูลที่ถูกขโมยจะประกอบด้วย เลขบัตรเครดิต , ชื่อผู้ใช้ , รหัสผ่าน , รายละเอียดบัญชีธนาคาร และข้อมูลที่เป็นความลับอื่น ๆ

จากนั้นมิจฉาชีพเหล่านี้จะใช้ข้อมูลนี้ในการซื้อของออนไลน์ และอาจสวมรอยเป็นบุคคลที่ถูกขโมยข้อมูล มาใช้ในการรับบัตรเครดิตใบใหม่ , บัตรประชาชน และอื่น ๆ ได้

รายงานการกระทำที่เป็นการหลอกลวง/คุกคาม คลิกที่นี่

 

อยู่อย่างปลอดภัยตามกฎดังต่อไปนี้:

  1. อย่าส่งข้อมูลบัตร Payoneer ไปในอีเมล , ข้อความมือถือ หรือโซเชียลมีเดีย
  2. นอกจากนี้ ยังห้ามส่งรหัสผ่านบัญชี Payoneer หรือชื่อผู้ใช้ไปในอีเมล , ข้อความมือถือ หรือข้อความทางโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
  3. ห้ามเปิดลิงก์ที่ไม่ทราบที่มา (ต่อให้ไม่มีเว็บไซต์ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการดาวน์โหลดโทรจันลงในคอมพิวเตอร์ของคุณ)

สิ่งที่ควรทำในการรักษาบัตร Payoneer

เราขอแนะนำให้คุณทบทวนเคล็ดลับความปลอดภัยง่าย ๆ เหล่านี้:

  1. อย่าเขียน PIN 4 หลักบนบัตร Payoneer ของคุณ และอย่าเขียนเก็บไว้บนเศษกระดาษในกระเป๋าสตางค์
  2. หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการป้องกันตัวเองจากการถูกดักข้อมูลเอทีเอ็ม คือการปิดแป้นพิมพ์ ขณะที่กดรหัสผ่าน
  3. อย่าให้ข้อมูลเลขบัตรทั้งหมดของคุณให้กับใคร – แม้แต่ตัวแทนของ Payoneer ก็จะถามคุณเพียงแค่ตัวเลข 4 ตัวสุดท้ายเท่านั้น
  4. ฉีกรายการเดินบัญชีหรือใบเสร็จรับเงินที่แสดงข้อมูลบัตรของคุณก่อนทิ้ง
  5. อย่าปล่อยให้คนแปลกหน้ามองเห็นหมายเลขที่ปรากฏบนบัตร Payoneer
  6. รายงานบัตรที่ถูกขโมยหรือสูญหายมายัง Payoneer ทันที

คลิกที่นี่ เพื่อดู ‘อินโฟกราฟิคการป้องกันการถูกสวมรอย’ ของ Payoneer

การใช้แอพมือถือ Payoneer อย่างปลอดภัย

การป้องกันอุปกรณ์พกพาของคุณ

  • ดูแลอุปกรณ์ให้สามารถใช้งานได้อยู่เสมอ ถือเป็นการป้องกันอันดับแรก
  • อัพเดทระบบปฏิบัติการและแอพพลิเคชั่นอยู่เสมอ เพื่อให้มีการปรับปรุงหรือแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยใหม่ ๆ
  • ใช้รหัสผ่านหรือ PIN เพื่อรักษาข้อมูลและอุปกรณ์ของคุณ ติดตั้งและเปิดใช้งานการลบข้อมูลระยะไกล เพื่อที่ว่าหากสมาร์ทโฟนของคุณถูกขโมยหรือสูญหาย คุณยังสามารถลบรหัสผ่านอีเมลหรือข้อมูลส่วนตัวได้
  • ล็อคโทรศัพท์ของคุณ และตั้งค่าให้มีการล็อคอัตโนมัติ หากไม่มีการใช้งานราว 30 วินาที
  • ใช้เครือข่ายไวไฟที่น่าเชื่อถือ เพราะการเชื่อมต่ออุปกรณ์ของคุณกับเครือข่ายไร้สายที่ไม่รู้จัก อาจทำให้ข้อมูลของคุณถูกเผยแพร่ได้
  • ปิดบลูทูธ , ไวไฟ , NFC (เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายระยะสั้น) รวมถึงการเชื่อมต่ออื่น ๆ เมื่อไม่ใช้ เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพเข้าถึงอุปกรณ์ของคุณ
  • อย่าเจลเบรคหรือรูทสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต พึงระวังไว้ว่าการเจลเบรคหรือรูทอาจทำให้เกิดมัลแวร์บนอุปกรณ์ของคุณ

รายงานการฉ้อโกง

การกระทำที่เข้าข่ายหลอกลวง และอีเมลที่น่าสงสัยอื่น ๆ

หากคุณได้รับอีเมลที่สงสัยว่าเป็นการ ‘หลอกลวง’ , สแปม , หรืออีเมลที่น่าสงสัยอื่น ๆ ที่อ้างว่ามาจาก Payoneer กรุณาอย่าคลิกไปที่ลิงก์ใด ๆ หรือตอบกลับ ให้ส่งต่อมายังฝ่าย ช่วยเหลือลูกค้า ของเรา แล้วตัวแทน Payoneer จะติดต่อกลับไปหาคุณโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เมื่อคุณส่งต่อข้อความที่น่าสงสัย ให้เพิ่มคำว่า “อีเมลที่สงสัยว่าหลอกลวง” ตรงหัวข้อจดหมาย

ติดต่อเรา

If your card has been lost or stolen, or if you suspect that you are a victim of fraud or identity theft please contact us immediately. Or, call us immediately at +1 (646) 386-2434 in the United States, 24 hours a day, 7 days a week.

ถ้าบัตรของคุณสูญหายหรือถูกขโมย หรือถ้าคุณสงสัยว่าตัวเองเป็นเหยื่อของการต้มตุ๋นหรือถูกสวมรอย กรุณาติดต่อเราทันที หรือโทรศัพท์หาเราได้ทันทีที่ +1 (646) 386-2434 ในสหรัฐอเมริกา, ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน, 7 วันต่อสัปดาห์